กู้ภัยรับตัวแม่ภัทร ยันไม่ได้ต่อยท้อง ยอมรับไม่ได้ขอดูเวชระเบียน

ครอบครัวข่าว3

ครอบครัวข่าว3

31,079 views

เจ้าหน้าที่ที่เป็นทีมรถพยาบาล มารับตัวแม่ภัทรที่ศูนย์โสธรชัย ชี้แจงในรายการว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายแม่ภัทร ยืนยันไม่ได้ขอดูประเวชระเบียนจากแม่ภัทร

คุณธีรพงษ์ ซึ่งเป็นทีมรถพยาบาล ที่มาพาตัวแม่ภัทรไปที่ศูนย์โสธรชัย ได้ชี้แจงในรายการ โดยเล่าว่า เบนซ์ (ลูกชายคุณแม่ภัทร) เป็นผู้ติดต่อว่าจ้างตนในราคา 15,000 บาท โดยอ้างว่าคุณแม่ภัทรมีพฤติกรรมรุนแรง ทำร้ายคนในครอบครัว และขอให้ช่วยนำตัวไปส่งสถานพยาบาล เมื่อทีมงานเดินทางไปถึงบ้าน ธีรพงษ์อ้างว่าคุณแม่ภัทรแสดงอาการโวยวาย ด่าทอ และในมือถือกล่องกรรไกรเตรียมจะทำร้าย ทีมงานจึงต้องให้ลูกน้องทำการล็อกตัว

ธีรพงษ์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการทำร้ายร่างกาย การต่อยท้อง หรือการเอามือปิดปาก โดยอ้างว่าตามหลักการทำงานหากเอามือปิดปาก คนไข้จะต้องกัดมือแน่นอน พร้อมทั้งปฏิเสธเรื่องการสลับรถระหว่างทาง โดยอ้างว่าเพียงแค่จอดเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ลงไปวิ่งงานอื่นที่ปั๊ม แล้วนำเจ้าหน้าที่คนใหม่ขึ้นมาดูคนไข้แทน โดยตนเองเป็นคนขับรถตลอดเส้นทางไปส่งที่ศูนย์ จ. กาญจนบุรี

พี่หนุ่ม กรรชัย, คุณเอกภพ และทนายแก้ว ได้โต้แย้งเกี่ยวกับอำนาจตามกฎหมาย โดยตั้งคำถามว่าธีรพงษ์มีใบรับรองแพทย์หรือเวชระเบียนยืนยันหรือไม่ว่า คุณแม่ภัทรเป็นผู้ป่วยจิตเวช ซึ่งธีรพงษ์ยอมรับว่าไม่มี แต่ทำไปเพราะได้รับการว่าจ้างจากลูกชาย และแม่ภัทร ณ ขณะนั้น โวยวาย พูดจาไม่รู้เรื่อง หากเป็นคนปกติทั่วไปคงซักถามกันได้

หนุ่ม กรรชัย ชี้ว่าการที่คุณแม่ภัทรโวยวายและต่อต้าน ถือเป็นสัญชาตญาณปกติในการป้องกันตัวเมื่อมีกลุ่มคนแปลกหน้าบุกรุกเข้ามาในบ้าน โดยเปรียบเทียบว่าหากธีรพงษ์นอนอยู่ในบ้านตนเองแล้วมีคนบุกมาอุ้มตัวไป ธีรพงษ์ก็ต้องด่าและต่อต้านเช่นกัน

นอกจากนี้ ธีรพงษ์ยังยอมรับว่าได้ใช้เชือกมัดคุณแม่ภัทรติดกับสเตรตเชอร์บนรถ และคุณแม่ภัทรได้ด่าทอตลอดเส้นทางตั้งแต่กรุงเทพฯ ถึงกาญจนบุรี ธีรพงษ์ยังเปิดเผยว่า ในวันที่เกิดเหตุที่บ้าน มีเบนซ์และบีมยืนดูอยู่โดยไม่ได้ห้ามปราม และเบนซ์ก็ได้ขับรถตามไปเซ็นสัญญาเข้าศูนย์

คุณเอกภพ ระบุว่า การที่ธีรพงษ์โฟนอินเข้ามาชี้แจง ถือเป็นการรับสารภาพความผิดกลางรายการโดยตรง ทั้งเรื่องการบุกรุกบ้าน จับล็อกตัว และใช้เชือกมัด โดยไม่มีเอกสารทางการแพทย์รองรับ จึงได้บอกให้ธีรพงษ์เดินทางไปพบพนักงานสอบสวนที่ สน. วังทองหลาง

ด้านทนายแก้ว ได้ให้ความรู้ด้านข้อกฎหมายว่า การกระทำของธีรพงษ์อาจจะเข้าข่ายความผิดข้อหาข่มขืนใจให้ตกใจกลัวตามมาตรา 309 (จำคุก 3 ปี), ข้อหาทำร้ายร่างกาย (จำคุก 2 ปี), ข้อหาบุกรุกในเวลากลางคืน (จำคุก 5 ปี) รวมถึงข้อหาลักพาตัวและหน่วงเหนี่ยวกักขัง

หนุ่ม กรรชัย และคุณเอกภพ มองว่า ธีรพงษ์ละเลยการตรวจสอบประวัติเวชระเบียน และไม่ได้ประสานงานพาผู้ป่วยไปลงบันทึกประจำวันกับตำรวจท้องที่ก่อนนำตัวไป ซึ่งธีรพงษ์ยอมรับ แต่ยืนยันว่าไม่มีเจตนาทำร้ายร่างกาย เพียงต้องการนำตัวไปรักษาไปหาหมอเท่านั้น คุณเอกภพจึงสวนกลับว่า หากจะหาหมอรักษาต้องไปโรงพยาบาล แล้วสถานที่ที่ไปนั้นเป็นโรงพยาบาลอย่างไร คุณธรพงศ์พยายามบอกว่าเป็นสถานพยาบาลที่ลูกชายเขาระบุมา

เจแปน ได้ชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบของศูนย์โสธรชัยว่า การให้บริการวิดีโอคอลหาแพทย์นั้น เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยได้พูดคุยประเมินอาการ ไม่ใช่การรักษาทางการแพทย์โดยศูนย์ พร้อมชี้แจงโครงสร้างค่าบริการว่า เริ่มต้นที่ 12,000 บาท สำหรับกลุ่มผู้ป่วยเก่า ส่วนมาตรฐานใหม่คิดที่ 18,000 บาท และบางเคสคิด 20,000 บาท ซึ่งงบการเงินทั้งหมดตรวจสอบได้ชัดเจน ส่วนทริปพาผู้ป่วยไปท่องเที่ยวไหว้พระ เป็นการจัดกิจกรรมสันทนาการเฉพาะผู้ป่วยที่ประเมินแล้วว่าไม่อาละวาด โดยเก็บเพียงค่าเดินทาง

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://ch3plus.com/news/social/midda...

-------------------

เที่ยงวันทันเหตุการณ์  วันที่ 9 ตุลาคม 2569
ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ 11.10 - 12.25 น.

#เที่ยงวันทันเหตุการณ์ (MiddayNews)
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus : https://ch3plus.com/news
facebook : Facebook: krobkruakao3
Twitter : Twitter: krobkruakao3
YouTube : krobkruakao3
Tiktok : https://www.tiktok.com/krobkruakao3