แผลเล็ก ๆ ที่หลายคนคิดว่าไม่น่าเป็นอะไร อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโรคที่รุนแรงกว่าที่คิด
“โรคเนื้อเน่า” เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว จากชั้นผิวหนังลงไปจนถึงชั้นพังผืด แม้ภายนอกจะดูเหมือนเป็นเพียงแผลบวมแดง แต่เชื้ออาจกำลังกัดกินเนื้อเยื่ออยู่ภายใน หากได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะแรก ผู้ป่วยมีโอกาสหายและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่หากปล่อยไว้จนเชื้อลุกลาม อาจนำไปสู่การตัดอวัยวะ หรือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
รศ.ดร.สุภาพร ใจการุณ หรือ “อาจารย์ตุ๊ก” หัวหน้าทีมวิจัยโรคเนื้อเน่า เริ่มศึกษาโรคนี้เมื่อ 13 ปีก่อน หลังลงพื้นที่ทำวิจัยเปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้สารเคมีของเกษตรกรไทยและอินโดนีเซีย แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับพบว่าเกษตรกรที่นัดไว้เสียชีวิตแล้ว ภรรยาของผู้เสียชีวิตเล่าว่า ก่อนเสียชีวิตผู้ป่วยถูกตัดขา เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้อาจารย์ตุ๊กตั้งคำถามว่า ทำไมโรคนี้จึงคร่าชีวิตเกษตรกร และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาวิจัยโรคเนื้อเน่าจนถึงปัจจุบัน
ผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าส่วนใหญ่เป็นคนในภาคเกษตรที่มีแผลเล็ก ๆ แล้วสัมผัสดิน น้ำ หรือสิ่งแวดล้อม ทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่บาดแผลและก่อให้เกิดโรค ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ในพื้นที่อีสานใต้ จังหวัดอุบลราชธานี พบผู้ป่วยประมาณ 6,000 ราย และเสียชีวิตเกือบครึ่ง หรือประมาณ 2,600 ราย
หลังได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ทีมวิจัยได้ทำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์และภาคีเครือข่าย เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาได้เร็วขึ้น ผ่าตัดได้เร็วขึ้น ส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตลดลงจากร้อยละ 43 เหลือร้อยละ 10 แม้ว่าจำนวนผู้พิการจากการตัดอวัยวะจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 32 เพราะสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยไว้ได้มากขึ้น
ปัจจุบันมีภาคีเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนงานเกือบ 33,000 คน โดยมี สสส. สนับสนุนงบประมาณในการสร้างระบบการทำงานร่วมกันในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการเฝ้าระวังและดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าอย่างเป็นระบบ
ความฝันของอาจารย์ตุ๊ก คืออยากได้ทุนสักก้อนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าที่เสียชีวิตและผู้ป่วยที่ต้องพิการจากโรคนี้
เวทีสร้างแรงบันดาลใจ จากอัจฉริยะทุกวัย
The Stage of Inspiration from The Genius of All Ages.
รายการวาไรตี้สำหรับทุกคนในครอบครัว
เวทีสร้างฝันและส่งต่อแรงบันดาลใจ ที่เปิดโอกาสให้กับอัจฉริยะทุกวัย
Super 100 อัจฉริยะเกินร้อย ทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.35 - 18.00 น.
ติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook : Facebook: Super100tv
#super100 #เราสามคนให้ผ่าน
แผลเล็ก ๆ ที่หลายคนคิดว่าไม่น่าเป็นอะไร อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโรคที่รุนแรงกว่าที่คิด
“โรคเนื้อเน่า” เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว จากชั้นผิวหนังลงไปจนถึงชั้นพังผืด แม้ภายนอกจะดูเหมือนเป็นเพียงแผลบวมแดง แต่เชื้ออาจกำลังกัดกินเนื้อเยื่ออยู่ภายใน หากได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะแรก ผู้ป่วยมีโอกาสหายและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่หากปล่อยไว้จนเชื้อลุกลาม อาจนำไปสู่การตัดอวัยวะ หรือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
รศ.ดร.สุภาพร ใจการุณ หรือ “อาจารย์ตุ๊ก” หัวหน้าทีมวิจัยโรคเนื้อเน่า เริ่มศึกษาโรคนี้เมื่อ 13 ปีก่อน หลังลงพื้นที่ทำวิจัยเปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้สารเคมีของเกษตรกรไทยและอินโดนีเซีย แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับพบว่าเกษตรกรที่นัดไว้เสียชีวิตแล้ว ภรรยาของผู้เสียชีวิตเล่าว่า ก่อนเสียชีวิตผู้ป่วยถูกตัดขา เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้อาจารย์ตุ๊กตั้งคำถามว่า ทำไมโรคนี้จึงคร่าชีวิตเกษตรกร และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาวิจัยโรคเนื้อเน่าจนถึงปัจจุบัน
ผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าส่วนใหญ่เป็นคนในภาคเกษตรที่มีแผลเล็ก ๆ แล้วสัมผัสดิน น้ำ หรือสิ่งแวดล้อม ทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่บาดแผลและก่อให้เกิดโรค ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ในพื้นที่อีสานใต้ จังหวัดอุบลราชธานี พบผู้ป่วยประมาณ 6,000 ราย และเสียชีวิตเกือบครึ่ง หรือประมาณ 2,600 ราย
หลังได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ทีมวิจัยได้ทำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์และภาคีเครือข่าย เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาได้เร็วขึ้น ผ่าตัดได้เร็วขึ้น ส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตลดลงจากร้อยละ 43 เหลือร้อยละ 10 แม้ว่าจำนวนผู้พิการจากการตัดอวัยวะจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 32 เพราะสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยไว้ได้มากขึ้น
ปัจจุบันมีภาคีเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนงานเกือบ 33,000 คน โดยมี สสส. สนับสนุนงบประมาณในการสร้างระบบการทำงานร่วมกันในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการเฝ้าระวังและดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าอย่างเป็นระบบ
ความฝันของอาจารย์ตุ๊ก คืออยากได้ทุนสักก้อนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าที่เสียชีวิตและผู้ป่วยที่ต้องพิการจากโรคนี้
เวทีสร้างแรงบันดาลใจ จากอัจฉริยะทุกวัย
The Stage of Inspiration from The Genius of All Ages.
รายการวาไรตี้สำหรับทุกคนในครอบครัว
เวทีสร้างฝันและส่งต่อแรงบันดาลใจ ที่เปิดโอกาสให้กับอัจฉริยะทุกวัย
Super 100 อัจฉริยะเกินร้อย ทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.35 - 18.00 น.
ติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook : Facebook: Super100tv
#super100 #เราสามคนให้ผ่าน