พี่น้องที่น่ารักในพระคริสต์…
วันนี้ผมอยากชวนพี่น้องทุกคนหยุดสักครู่หนึ่ง แล้วถามตัวเองจากส่วนลึกของหัวใจว่า…
วันนี้คุณกำลังกลัวอะไรอยู่?
คุณกำลังกลัวอนาคตหรือเปล่า?
กลัวว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น
กลัวว่าปัญหาที่กำลังเผชิญจะผ่านพ้นไปได้หรือไม่
กลัวความล้มเหลว
กลัวการสูญเสีย
กลัวว่าจะไม่มีใครเข้าใจ
หรือบางที…คุณอาจกำลังรู้สึกเหนื่อยจนถามตัวเองว่า
“ฉันจะเดินต่อไปได้อีกนานแค่ไหน?”
บางครั้งภายนอกของเราอาจดูเข้มแข็ง
เรายังยิ้ม
ยังทำงาน
ยังพูดคุยกับผู้คน
ยังใช้ชีวิตเหมือนทุกอย่างเป็นปกติ
แต่ภายในหัวใจ…อาจมีเรื่องมากมายที่ไม่มีใครรู้
มีน้ำตาที่เราไม่เคยเล่าให้ใครฟัง
มีความกังวลที่เราเก็บไว้คนเดียว
มีคำถามมากมายที่เรายังไม่มีคำตอบ
และบางคืน เมื่อทุกอย่างเงียบลง
เราอาจนอนมองเพดานแล้วถามพระเจ้าว่า…
“พระองค์เจ้าข้า แล้วชีวิตของลูกจะเป็นอย่างไรต่อไป?”
พี่น้องครับ…
ในช่วงเวลาแบบนั้น เราอาจรู้สึกว่าความกลัวกำลังใหญ่กว่าความเชื่อของเรา
แต่วันนี้ผมอยากให้เราจำความจริงข้อหนึ่งไว้ว่า
ความเชื่อไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่รู้สึกกลัวเลย
คนที่มีความเชื่อก็สามารถร้องไห้ได้
สามารถเหนื่อยได้
สามารถสับสนได้
และสามารถมีวันที่หัวใจอ่อนกำลังได้
แต่สิ่งที่แตกต่างคือ…
เมื่อเรากลัว เราเลือกที่จะหันกลับไปหาพระเจ้า
เมื่อเราไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน
เราวางใจพระองค์
เมื่อเรามองไม่เห็นคำตอบ
เรายังคงเชื่อว่าพระเจ้าทรงเห็น
เมื่อเราไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
เราสามารถฝากอนาคตไว้กับพระหัตถ์ของพระองค์
เพราะเราอาจไม่รู้ว่า พรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น
แต่เราสามารถรู้ได้ว่า
พี่น้องที่น่ารักในพระคริสต์…
วันนี้ผมอยากชวนพี่น้องทุกคนหยุดสักครู่หนึ่ง แล้วถามตัวเองจากส่วนลึกของหัวใจว่า…
วันนี้คุณกำลังกลัวอะไรอยู่?
คุณกำลังกลัวอนาคตหรือเปล่า?
กลัวว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น
กลัวว่าปัญหาที่กำลังเผชิญจะผ่านพ้นไปได้หรือไม่
กลัวความล้มเหลว
กลัวการสูญเสีย
กลัวว่าจะไม่มีใครเข้าใจ
หรือบางที…คุณอาจกำลังรู้สึกเหนื่อยจนถามตัวเองว่า
“ฉันจะเดินต่อไปได้อีกนานแค่ไหน?”
บางครั้งภายนอกของเราอาจดูเข้มแข็ง
เรายังยิ้ม
ยังทำงาน
ยังพูดคุยกับผู้คน
ยังใช้ชีวิตเหมือนทุกอย่างเป็นปกติ
แต่ภายในหัวใจ…อาจมีเรื่องมากมายที่ไม่มีใครรู้
มีน้ำตาที่เราไม่เคยเล่าให้ใครฟัง
มีความกังวลที่เราเก็บไว้คนเดียว
มีคำถามมากมายที่เรายังไม่มีคำตอบ
และบางคืน เมื่อทุกอย่างเงียบลง
เราอาจนอนมองเพดานแล้วถามพระเจ้าว่า…
“พระองค์เจ้าข้า แล้วชีวิตของลูกจะเป็นอย่างไรต่อไป?”
พี่น้องครับ…
ในช่วงเวลาแบบนั้น เราอาจรู้สึกว่าความกลัวกำลังใหญ่กว่าความเชื่อของเรา
แต่วันนี้ผมอยากให้เราจำความจริงข้อหนึ่งไว้ว่า
ความเชื่อไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่รู้สึกกลัวเลย
คนที่มีความเชื่อก็สามารถร้องไห้ได้
สามารถเหนื่อยได้
สามารถสับสนได้
และสามารถมีวันที่หัวใจอ่อนกำลังได้
แต่สิ่งที่แตกต่างคือ…
เมื่อเรากลัว เราเลือกที่จะหันกลับไปหาพระเจ้า
เมื่อเราไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน
เราวางใจพระองค์
เมื่อเรามองไม่เห็นคำตอบ
เรายังคงเชื่อว่าพระเจ้าทรงเห็น
เมื่อเราไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
เราสามารถฝากอนาคตไว้กับพระหัตถ์ของพระองค์
เพราะเราอาจไม่รู้ว่า พรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น
แต่เราสามารถรู้ได้ว่า